บทที่ 5 เจอกันอีกครั้ง III
“สำหรับพี่...เรื่องของเราไม่เคยจบ”
“จบสิคะ อิงไม่ได้เป็นอะไรกับคุณโอบแล้ว ที่ต้องมาทำงานด้วยเพราะต้องใช้หนี้ที่ยืมมาให้หมดก่อน”
“อันที่จริงถ้าอิงยอมบอกพี่ตรงๆ ว่าเอาเงินไปทำอะไร...”
“อิงไม่มีอะไรจะอธิบายเพิ่มค่ะ” เธอตัดบท เมื่อเขาพยายามหว่านล้อมอีกครั้ง
“ถ้าพี่บอกว่าไม่เชื่อเรื่องที่แม่อิงป่วยล่ะ?”
หนุ่มลูกครึ่งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใช่ว่าอยากจับผิดเธอนัก แต่สิ่งที่อิงดาวบอกว่าจะนำเงินนั่นไปรักษาแม่ เขาแค่ไม่เคยเชื่อต่างหาก
ไม่เชื่อ...เพราะให้คนตรวจสอบชื่อนามสกุล จากโรงพยาบาลในละแวกนั้นแล้ว แต่ก็ไม่พบประวัติการรักษาของมารดาเธอ
อีกทั้งยังไม่พบประวัติการรักษาต่อเนื่อง ราวกับอาการที่ท่านเป็นอยู่นั้น มีความเป็นไปได้ว่าจะดีขึ้นจนไม่ต้องรักษาต่อ
“คุณโอบไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่อย่างที่บอกไป อิงไม่มีอะไรจะพูดหรืออธิบายอีกแล้วค่ะ”
“อิง...”
“ถ้ายังไม่เซ็นเอกสารตอนนี้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวอิงจะไปบอกคุณตรี ว่าพรุ่งนี้จะเอาแฟ้มไปให้ที่แผนกแทนเพราะคุณโอบติดธุระสำคัญ”
คนตัวเล็กถอยห่าง พยายามเว้นช่องว่างระหว่างเธอและเขา การอยู่ใกล้เขาเกินความจำเป็นไม่ใช่เรื่องที่ดีกับหัวใจนัก
เธอไม่ปรารถนา...จะให้ใครมาจิกหัวด่า ว่าแย่งคนรักของใครเหมือนที่เคยเกิดขึ้นอีก
“คุยกับพี่ก่อนอิงดาว!” เขาเอื้อมมาคว้าแขนเธอไว้
“ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน...”
“ไม่ใช่แน่นอน เพราะมันเป็นเรื่องของเราต่างหาก”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นยามที่เอ่ยคำนั้นออกมา คำว่า ‘เรา’ ที่เคยส่งผลต่อหัวใจของอิงดาวเสมอ
“ไม่มีคำว่าเรามานานแล้ว ขอโทษนะคะ อิงไม่สะดวกคุย”
“อิง!”
“อิงขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
ไม่รอให้โอบนิธิพูดสิ่งใดต่อ อิงดาวอาศัยจังหวะที่เขาเผลอเดินออกมาจากห้องทำงานใหญ่ในทันที
กลัวว่าหัวใจจะไม่รักดี และกลัว...ว่าเขาจะรู้ความลับของเธอ
ความลับที่ไม่เคยอยากปิดบัง แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะดันรู้มาว่าเขาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคนที่คู่ควร คนที่ยายของเขาเลือกให้ และใครคนนั้นก็แสดงออกชัดเจน ว่าต้องการคนรักของเธอมาก
หญิงสาวยืนพิงกรอบประตูบานใหญ่ชั่วครู่ การเผชิญหน้ากับเขาในทุกครั้งยังส่งผลต่อใจของเธออยู่เสมอ
เธอไม่ได้เข้มแข็ง ไม่รู้สึกรู้สาอะไรยามที่ต้องเจอหน้าคนที่เคยรักหมดทั้งใจ ที่ทำเฉยได้...มันก็แค่การแสดงที่เจือไปด้วยความกลัว
“อิงจ๊ะ โทรศัพท์อิงดังไม่หยุดเลย ไม่รู้ว่าใครโทรมา”
เสียงของคุณหยด เลขาอีกคนของโอบนิธิร้องเรียก เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินออกมาจากห้องของเจ้านาย หลังจากหายไปนานกว่าสิบห้านาที
เธอเองก็พอจะทราบอยู่บ้าง ว่าเจ้านายมีความสัมพันธ์ใดกับคนหน้าหวาน จึงคอยเป็นหูเป็นตาให้ตามคำสั่งที่ได้รับมา ที่อิงดาวไม่ถูกนำไปพูดเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่นั้น เป็นเพราะ ‘สามี’ ของเจ้าตัว ไม่ปรารถนาจะให้ใครพูดถึงคนรักในทางที่ไม่ดี
เรื่องนี้อิงดาวไม่เคยรับรู้ และเธอเชื่อ...ว่าโอบนิธิก็คงไม่พูดให้ใครฟัง นอกจากคนที่ทำงานด้วยกันมานาน ว่าทั้งหมดที่ทำลงไปนั้น...เขาทำเพื่อใคร
“มีโทรเข้ามาที่เบอร์ส่วนกลางด้วย แจ้งว่ามีธุระด่วนกับอิง”
“ใครกันคะ?” คนตัวเล็กขมวดคิ้วยุ่ง
“เห็นบอกว่าชื่อคุณเอื้อมเดือนน่ะ”
“แม่!”
คนตัวเล็กพยักหน้ารับไวๆ ก่อนจะตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานตัวเล็ก คว้าเอาเครื่องมือสื่อสารขึ้นมากดดูเบอร์โทรด้วยความรวดเร็ว และสิ่งที่เห็น...ก็ทำให้หัวใจของเธอเกือบจะหยุดเต้นเลยทีเดียว
“สิบสี่สายเชียวเหรอ!”
“ดังตั้งแต่อิงเข้าไปในห้องทำงานบอสนั่นแหละ แต่พี่ไม่กล้ากดรับสายแทนให้”
“แม่อิงโทรมา ขอโทษที่รบกวนนะคะพี่หยด อิงลืมปิดเสียง”
“พี่ว่ารีบโทรกลับเถอะจ้ะ ท่านคงจะมีเรื่องด่วนจริงๆ”
อิงดาวพยักหน้ารับ ก่อนจะกดต่อสายไปหามารดาอีกครั้ง ไม่ทันสังเกตเห็น ว่าบานประตูห้องที่เธอเพิ่งเดินพ้นมากำลังเปิดออก และใครคนนั้นก็กำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่อิงดาวพูดอย่างใจจดใจจ่อ
“แม่...พอดีอิงติดงานอยู่ก็เลยไม่ได้รับสายน่ะค่ะ”
หญิงสาวกรอกเสียงลงไปทันทีที่ปลายสายกดรับ ความกังวลฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าเนียนใส จนทำให้คนที่แอบมองได้แต่ขมวดคิ้วตาม
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงโทรหาอิงเยอะขนาดนี้ล่ะคะ”
“ก็เจ้าไออุ่นน่ะสิ”
“ไออุ่นเป็นอะไรไปคะ!”
อิงดาวเผลอทำเสียงดัง จนทำให้โอบนิธิเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกระลอก ว่าคนที่เธอพูดถึงคือใครกันแน่
